เพลง คาราบาว เปิดตำนานวงคาราบาว แนะนำ เพลง คนรักเพลงเพื่อชีวิตพลาดไม่ได้เลย

เปิดตำนาน วงคาราบาว แนะนำ เพลง คาราบาว คนรักเพลงเพื่อชีวิตพลาดไม่ได้เลย

หากพูดถึงวงคาราบาว แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักวงนี้ เพราะนอกจากจะเป็นวงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และตำนานแล้ว เพลง คาราบาว ยังมีจังหวะที่สนุกและมันส์สุดๆ อีกด้วย บทความชิ้นนี้เราจะมาเปิดตำนานวงคาราบาวกัน ไปดูกันเลย

คาราบาว

            คาราบาวเป็นภาษาตากาล็อก ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ แปลว่า ควาย หรือคนใช้แรงงานนั่นเอง ซึ่งทางฟิลิปปินส์ถือเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นเกษตร สำหรับจุดเริ่มต้นของวงคาราบาวนั้นก่อตั้งโดยนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว ณ กรุงมะนิลาในประเทศฟิลิปปินส์ 3 คน คือแอ๊ด เขียว และ ไข่

เมื่อแอ๊ดได้มีโอกาสฟังเพลงของ เลด เซพเพลิน จอห์น เดนเวอร์  รวมถึง ดิ อีเกิ้ลส์ และ ปีเตอร์ แฟลมตัน จากแผ่นเสียงที่ไข่ได้สะสมไว้เป็นจำนวนมาก จากนั้นมาทั้ง 3 คนจึงร่วมกันตั้งวงดนตรีขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า คาราบาว เพื่อใช้ในการประกวดดนตรี และแสดงบนเวทีในงานของมหาวิทยาลัย โดยเล่นดนตรีแนวโฟล์คในเนื้อหาที่สะท้อนสภาพปัญหาและความเป็นจริงของสังคมไทยที่เกิดขึ้นในขณะเวลานั้น

เมื่อกลับมาประเทศไทย แอ๊ดและเขียวได้ร่วมกันแสดงดนตรีในเวลากลางคืน โดยกลางวันแอ๊ด ยืนยง โอภากุล ทำงานอยู่ที่การเคหะแห่งชาติ ส่วนเขียวทำให้กับบริษัทฟิลิปปินส์ที่มาเปิดในประเทศไทย ทว่าไข่ก็ขอลาออกจากวงและแยกตัวออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ภาคใต้ ทั้งคู่ออกอัลบั้มชุดแรกของวง ในชื่อ ขี้เมา

ปี พ.ศ. 2524 และแอ๊ดก็ได้ติดต่อวงโฮป ให้มาช่วยโปรดิวซ์และเล่นดนตรีในห้องอัดให้ในอัลบั้มชุดนี้ และทำให้คาราบาวพอเป็นที่รู้จักบ้างในอัลบั้มนี้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

วงคาราบาว เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในอัลบั้มชุดที่ 3 ในปี พ.ศ. 2526 จากอัลบั้มชุด วณิพก กับสังกัดอโซน่า ด้วยเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม โดยมีทีมแบ็คอัพชุดเดิม คือสมาชิกกวงเพรสซิเดนท์ บางส่วน และได้หมู – พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ เข้ามาร่วมเล่นเครื่องเคาะ และร่วมออกทัวร์คอนเสิร์ทด้วยกัน

บทเพลงจากอัลบั้มนี้มีเนื้อหาที่แปลกแผกไปจากเพลงในยุคนั้น ๆ และดนตรีที่เป็นท่วงทำนองแบบไทย ๆ ผสมกับดนตรีตะวันตก มีจังหวะที่สนุกสนาน ชวนให้รู้สึกคึกคัก เต้นรำได้ จึงสามารถแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในดิสโก้เธคได้เป็นเพลงแรกของไทย และหลังจากอัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จ ทำให้แฟนเพลงหลายๆคนต้องไปหาซื้ออัลบั้มชุดแรกและชุดที่สองมาฟัง ทำให้สองชุดแรกขาดตลาดและเป็นชุดที่หายากมากในเวลานั้น

ต่อมาในปลายปีเดียวกัน คาราบาวก็ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 4 คือ ท.ทหารอดทน ซึ่งได้ เป้า, เทียรี่ เมฆวัฒนา, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และ รัช เข้ามาเป็นวงแบ็คอัพให้

 ทว่าแอ๊ดกลับมีปัญหากับสังกัดอโซน่าในการทำเพลง เนื่องจากอโซน่าไม่อนุญาตให้วงคาราบาวไปอัดเสียงที่ห้องบันทึกเสียงศรีสยาม และให้ใช้ห้องอัดของอโซน่าทั้งที่แอ๊ดรู้ว่าเครื่องมือไม่ทันสมัย รวมทั้งเป็นอัลบั้มแรกของทางวงที่ถูก คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กบว.) สั่งห้ามนำไปเผยแพร่ออกอากาศตามสื่อต่าง ๆ คือเพลง ท.ทหารอดทน และ ทินเนอร์ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายอย่างมากจำนวนมหาศาล

ระหว่างปี พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2533 เรียกได้ว่าเป็นปีทองของวงคาราบาว โดยมีแอ๊ดเป็นผู้นำ โดยออกอัลบั้มออกมาทั้งหมด 5 ชุด ทุกชุดประสบความสำเร็จทั้งหมด ได้เล่นคอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกา และในทวีปยุโรปหลายครั้ง

คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวง ทำโดยคนไทย ในปี พ.ศ. 2528 นับเป็นคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ครั้งแรกของไทย และ เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงดนตรีในเวทีกลางแจ้ง

อัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ที่เป็นประวัติศาสตร์ของวงการเพลงไทย ถึงแม้เพลงนี้จะไม่มีมิวสิกวีดีโอ แต่เมื่อเพลงได้ถูกเผยแพร่ออกไป และ ได้รับความนิยมถึงขีดสุด ทางรัฐบาลในขณะนั้นนำโดย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เล็งเห็นถึงความสำคัญในเนื้อหาที่รณรงค์ให้คนไทยใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย จึงได้จัดทำมิวสิกวีดีโอขึ้นมาต่างหากเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนไทยใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ แต่ไม่ได้ส่งเสริมการขายอัลบั้มแต่อย่างใด

คาราบาวประสบความสำเร็จมากที่สุดในปลายปี พ.ศ. 2527 เมื่อได้ออกอัลบั้มชุดที่ 5 เมด อิน ไทยแลนด์ เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 5,000,000 ตลับ ซึ่งนับเป็นศิลปินไทยที่สถิติยอดจำหน่ายอัลบั้มเพลงสูงที่สุดของไทยที่ขณะนั้นยังไม่มีใครทำลายได้

วง เพลง เพื่อชีวิต คาราบาว กับผลงานด้านอื่น

วงคาราบาวทั้งวงได้เป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์เรื่อง ปล.ผมรักคุณ และเล็กได้รับบทเป็นพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง หยุดหัวใจไว้ที่รัก

พ.ศ. 2528 วงคาราบาวได้แสดงภาพยนตร์เรื่องเสียงเพลงแห่งเสรีภาพร่วมกันทั้งวง รวมถึงวงคาราบาวยังเป็นศิลปินกลุ่มแรกของไทยที่มีโฆษณาลงในปกอัลบั้มและได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ในสังคม เช่นเครื่องดื่มโค้ก

นอกจากนี้วงคาราบาวยังมีผลงานการแสดงภาพยนต์และละครโทรทัศน์อีกไม่ว่าจะเป็นเรื่อง THE JOURNEY PHENOMENON ปรากฏการณ์ 30 ปี คาราบาว ทางช่อง โมเดิร์นไนน์ทีวี พ.ศ. 2555 ต่อมาเป็นเรื่องยังบาว พ.ศ. 2556  และ คาราบาว เดอะซีรีส์  ช่อง โมเดิร์นไนน์ทีวี  พ.ศ. 2557 รวมไปถึง Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิตทางช่อง เวิร์คพอยท์ทีวี และอีกมากมาย

แอ๊ด คาราบาว

แนะนำเพลง คาราบาว คนรักเพลงเพื่อชีวิตพลาดไม่ได้เลย

carabao

            เพลงคาราบาว  เป็นเพลงเพื่อชีวิตที่เหมาะกับบุคคลทุกเพศทุกวัย เพลงเพื่อชีวิตของคาราบาวได้สะท้อนสังคมไทยส่วนใหญ่ และยังได้ให้ความหมายของการมีชีวิตไว้อีกด้วย

มาเริ่มต้นที่เพลงหนุ่มบาวสาวปาน เนื้อเพลงมีใจความว่า หญิงสาวคนหนึ่งได้มาเจอชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยความเหงา เพลงนี้เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกมาก สามารถเต้นตามได้

ถัดมาเป็นเพลงเพื่อชีวิตที่เชื่อว่าหลายคนต้องชอบกับเพลงวณิพก เป็นเพลงที่ชาวยุค 90 ในสมัยนั้นไม่รู้จักไมได้ กับเสียงเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของวงคาราวบาวนี้ เนื้อหาเพลงจะกล่าวถึงคนร่อนเร่คนหนึ่ง

ต่อมาเป็นเพลงชิวๆอารมณ์สบายๆ กับ นางงามตู้กระจก เพลง คาราบาว  เพลงนี้ฟังสบายแต่เนื้อร้องในเพลงค่อนข้างหน่วงหัวใจอย่างมาก แต่เทียรรี่ก็เปลี่ยนให้กลายเป็นเพลงในร้านเหล้าชิวๆได้เช่นกัน

เปลี่ยนอารมณ์กันบ้างกับเพลง บัวลอย เพลงนี้กล่าวถึงชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อบัวลอย ทีไปรับจ้างเป็นทหารและยังเป็นคนพิการ ขาไม่ดีข้างหนึ่ง เพลงบัวลอยเป็นเพลงเร็ว มีจังหวะที่เน้นเสียงเบสหนักๆให้กระตุกใจผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ปลูกจิตสำนึกด้วยเนื้อร้องที่บาดเข้าไปถึงข้างในจิตใจของผู้ฟังได้อย่างดียิ่ง

ต่อมาเป็นเพลงเจ้าตาก เพลงที่กล่าวถึงวีรกรรมของวีรบุรษอย่างสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในสมัยครั้นต้องทุบหม้อข้าวเพื่อไปตีเมืองจันท์ และยึดเอาเมืองจันท์มาได้สำเร็จ เพลงพระเจ้าตากนี้เป็นเพลงที่นิยมร้องในคอนเสร์ติมาก เพราะเป็นเพลงไฮไลท์เลยก็ว่าได้ นอกจากจะมีเสี่ยงเบสที่หนัก แล้วจังหวะยังสนุก คงกลิ่นอายความเป็นคาราบาวได้เป็นอย่างดียิ่งเลยค่ะ

และเพลงสุดท้ายคือเพลงมินตะยา กล่าวถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ของพม่า หรือประเทศเมียร์มาร์ในยุคปัจจุบัน เพลงนี้ค่อนข้างกล่าวถึงสรีระของสตรีเยอะ แล้วยังเป็นเพลงที่แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของผุ้นำทัพในสมัยโบราณอีกด้วยค่ะ

สรุป

            วงคาราบาวถึงว่าได้ผลิตผลงานเพลง คาราบาว  ได้ออกมาเป็นอย่างดียิ่งเลยค่ะ เพราะนอกเหนือจากเนื้อร้องที่ปลุกกระตุ้นจิตสำนึกให้กับผู้ฟังแล้ว ยังมีเสียงนุ่มลึกที่บาดเข้าไปถึงข้างในใจจิตใจของผู้ฟังด้วยค่ะ ลองไปหามาฟังกันดูค่ะ

อ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A7