เพลง คริสต์มาส เปิดที่มาและความหมายของเพลงคริสต์มาส

เปิดที่มาและความหมายของ เพลง คริสต์มาส

                เมื่อพูดถึงวันคริต์มาสเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นเทศกาลประจำปีของศาสนาคริสต์ซึ่งมีการจัดขึ้นเพื่อระลึกและเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู เรียกว่าเป็นวันสำคัญของชาวคริสต์ โดยสัญลักษณ์ของ วันคริสต์มาส ไม่ได้มีเพียงซานตาครอสหรือที่รู้จักกัน่าเป็นนักบุญนิโคลัสที่สร้างขึ้นมาจากจินตนาการและความเชื่อของชาวคริสต์ ต้นคริสต์มาสหรือต้นสนซึ่งในมีเรื่องเล่ามีการนำมาใช้ร่วมพิธีกรรมตามความเชื่อในอดีตและมีการนำมาประดับประดาเมื่อทุกช่วงคริสต์มาสจนถึงปัจจุบันนี้ รวมไปถึง เพลง คริสต์มาส ที่ถือว่าขาดไม่ได้เพราะเมื่อช่วงใกล้วันสำคัญทางศาสตร์คริสต์เข้ามาก็จะได้ยินเสียงเพลงคริสต์มาสบรรเลง ซึ่งวันนี้เราชวนมาทำความรู้จักกับที่มาที่ไปและความหมายของเพลงนี้กัน

เพลงคริสมาสต์

เพลง คริสต์มาส เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 5

                เมื่อย้อนกลับไปเล่าถึงที่มาที่ไปของเพลงคริสต์มาส เป็นเพลงที่แต่งขึ้นโดยพระสงฆ์ ฆราวาส ซึ่งเป็นเพลงที่ถ่ายทอดความหมายเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า ต่อมาก็มีการแต่งทำนองให้สนุก ร่าเริงยิ่งขึ้นในศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นการแต่งที่เริ่มที่ประเทศอิตาลี แต่งขึ้นโดยนักบวชคณะฟรังซิสกันชื่อว่า บุญฟรังซิง อัสซีซี แต่หากถามว่า เพลงคริสต์มาส ในช่วงไหนที่ได้รับความนิยมและร้องกันจนติดปากมาจนถึงวันนี้นั่นก็คือในช่วง ค.ศ. 1274 อย่างเพลง Oh Come รวมถึง เพลง All Ye Faithful และต่อมาในศรรตวรรษที่ 19 ก็เป็นอีกช่วงที่ได้รับความนิยมอย่างมากนั่นก็คือเพลง เพลง Holy Night และ เพลง Silent Night จากนั้นก็มีการนำเพลงคริสต์มาสมาคัฟเวอร์ทั้งยังมีให้ฟังกันแบบเป็นเพลงบรรเลง

christmas songs

เพลงคริสต์มาส กับความหมายที่ลึกซึ้งเกี่ยบกับพระเยซู และความรัก

                เทศกาลคริสต์มาสไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่มักจะมีการอวยพรในแบบเดียวกับวันขึ้นปีใหม่ไม่ว่าจะเป็น การอวยพระให้ทุกคนมีความสุขกับเทศกาลเฉลิมฉลองหรือได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้ได้เบิกบานใจเท่านั้น เมื่อได้ฟังเพลงคริสต์มาสจะพบความหมายเกี่ยวกับพระเยซู เช่น Happy Xmas , Silent Night, Jingle Bell, Angels We Have Heard on High นอกจากนั้นแล้วเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปจึงมีเพลงคริสมาสต์ที่มีความหมายแทนใจหลายอย่าง อย่างเพลงเหล่านี้ที่ไม่เพียงสื่อถึงความเชื่อคริสต์มาสเท่านั้นยังสอดแทรกเกี่ยวกับความรักอีกด้วย มาดูกันว่ามีเพลงไหนบ้างที่คุ้นหูและเป็นที่ชื่นชอบ แต่ละเพลงมาพร้อมกับความหมายอย่างไรและน่าสนใจแค่ไหนไปติดตามกัน

All I Want For Christmas Is You นี่เป็นหนึ่งในเพลงคริสต์มาสที่มีความหมายดี ๆ การันตีด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 16 ล้านก็อปปี้ที่เล่าเรื่องราวความเชื่อบรรยายเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ต้องการของขวัญใดในวันคริสต์มาสนอกจากต้องการคนรักของเธอ หากความหมายแล้วหลายคนอาจรู้สึกเศร้าแต่เมื่อได้ฟังความคิดคุณจะเปลี่ยนไปเพราะว่าเป็นเพลงที่มาพร้อมกับทำนองสนุก เพลิดเพลิน ฟังกันไม่เบื่อจนทุกวันนี้ยังเป็นที่นิยมและคุ้นหูของคอเพลง

We Wish You a Merry Christmas แค่ชื่อก็ร้องอ๋อแล้วเพราะเพลงนี้มีมาแล้วกว่า 400 ปีและยังติดหูกันจนถึงทุกวันนี้ ที่สำคัญบอกเลยว่าเด็ก ๆ ชอบฟังมากทีเดียวเพราะจังหวะสนุก และยังมาพร้อมกับเนื้อหาที่สื่อถึงการเฉลิมฉลองและเป็นคำอวยพรให้แก่กัน แต่ถึงแม้จะเป็นเพลงสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ก็ฟังได้เพราะมีหลายเวอร์ชั่น

Joy To The World เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่นิยมเปิดกันในโบสถ์ มีความหมายดีและมีการนำไปร้องหลายเวอร์ชัน สำหรับเพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกล่าวยินดีถึงการมาของพระเยซู สำหรับต้นฉบับนั้นเกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 จึงถือว่าเป็นอีกเพลงหนึ่งที่คุ้นหูและฟังกันบ่อยทีเดียวในช่วงคริสต์มาส

Christmas (Baby Please Come Home) เพลงนี้ความหมายซึ่งแฝงด้วยความเศร้าเพราะมีความหมายเกี่ยวกับการรอคอยคนรักในวันคริสต์มาส แต่ก็เป็นความเศร้าที่มีความสุขอยู่ในช่วงเวลาแห่งการรอคอยในวันคริสต์มาส ยิ่งถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงของนักร้องดังโทนเสียงอบอุ่นอย่าง Michael Bublé ด้วยแล้วยิ่งทำให้เพลงนี้โด่งดังและเป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟัง

Santa Claus Is Coming To Town ตามด้วยเพลงนี้ที่จังหวะสนุกฟังเพลิน ความหมายรักเพราะเล่าถึงซานตาครอสว่ากำลังจะมาแล้ว ให้เด็กน้อยเตรียมตัวรอรับของขวัญ เพลงนี้ที่น่าสนใจถือถ่ายทอดโดยศิลปินกว่า 200 คน เป็นเพลงที่มีความยาวเพียง 2.46 แต่คงไว้ด้วยความหมายดี ๆ และจังหวะที่สนุกสนาน ฟังไม่เบื่อ

Last Christmas สำหรับเพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 1984 ซึ่งเป็นเพลงคลาสิกที่หลายคนยังฟังอยู่แม้ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ บอกเล่าเรื่องราวของการเลิกรากับคนรักที่ประจวบเหมาะในวันคริสต์มาส เรียกว่าใครที่มีประสบกาณ์เหมือนเพลงนี้ต้องชื่นชอบ

                นอกจาก เพลง คริสต์มาสเหล่านี้แล้วยังมีอีกหลายบทเพลงคริสต์มาสที่เพราะและมีความหมายดี เพราะในแต่ละยุคและช่วงเวลามีบทเพลงใหม่ ๆ และมาพร้อมกับท่วงทำนองที่เพราะแตกต่างกัน สื่อถึงความหมายที่มากกว่าการรำลึกถึงพระเยซู หากให้นับเป็นจำนวนก็คงไม่สามารถนับได้ว่ามีกี่เพลง เพราะอย่างไรแล้วในช่วงเวลาวันสำคัญนี้ก็เป็นที่ตั้งตารอคอยของชาวคริสต์เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองและถือเป็นโอกาสที่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง คนรักจะได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกันในวันสำคัญนี้ หลายคนถือโอกาสวันคริสต์มาสในการบอกรัก ให้ของขวัญพิเศษ จึงถือว่าเป็นวันสำคัญที่ทำให้เรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมายเลยทีเดียว

                วันคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เป็นวันสำคัญของชาวคริสต์ ครอบครัวจะได้สังสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการกินอาการเช้าร่วมกัน ชวนดูหนังคริสต์มาสในวันสำคัญนี้ หรือแม้แต่การเข้าครัวช่วยกันทำอาหาร อบขนมคุกกี้ ล้อมวงกันกินข้าว ฟัง เพลง คริสต์มาส รวมถึงการขับรถออกไปดูแสงไฟประดับประดาในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส และแน่นอนว่าไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะได้ยินเสียง เพลงคริสต์มาส เพื่อเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองนี้ จากเรื่องราวทั้งหมดเชื่อว่าหลายคนได้ทราบกันแล้วถึงเรื่องราวและที่มาที่ไปเกี่ยวกับเพลงคริสต์มาส หากวันนี้อยากจะฟังเพลงไหนก็ไม่ยากเพราะค้นหาฟังกันได้ในอินเทอร์เน็ต บอกเลยว่าแต่ละเพลงชวนให้คุณเพลิดเพลินและสนุกสนานร่าเริงไปกับทำนองเพลงอย่างแน่นอน

อ้างอิง

https://bestreview.asia/musics/best-christmas-songs/